แพ้อากาศ ยามฝนตก

แพ้อากาศ ยามฝนตก

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าฝน แต่บางครั้งก็มีแดดสลับกับฝนตกลงมา บางทีอากาศก็เย็นชื้นขึ้นมาซะอย่างนั้น จึงบอกไม่ได้เลยว่า วัน ๆ หนึ่ง เราจะเผชิญกับอากาศแบบไหนบ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรา ทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย บางครั้งก็เริ่มมีอาการคัดจมูก จาม หรือน้ำมูกไหล ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณเป็นโรคภูมิแพ้อากาศเข้าให้แล้ว

ปัจจุบันมีคนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ถึง 20% ของประชากรทั้งหมด และส่วนใหญ่จะมีอาการให้เห็นก่อนอายุ 30 ปี โดยอาการนั้น จะเริ่มจากคัดจมูก มีเสมหะ ไอ อาจจะมีอาการคันตา คันหู หูอื้อ จะพบว่าช่วงนี้จมูกจะบอบบางมาก เจออะไรนิดอะไรหน่อยเป็นจามฮัดชิ้ว ๆ บางคนเป็นถึง 2 สัปดาห์ก็มี โดยจะมีน้ำมูกใส ๆ คันตา น้ำตาไหล นั่นแหละค่ะ ภูมิแพ้อากาศ กำลังมาหาคุณแล้ว (ข้อมูลจาก livewell.in.th)

สาเหตุที่เราเป็นภูมิแพ้ในยามฝนตกนั่นก็เพราะ ความชื้นในอากาศที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหน้าฝนนั่นเอง แต่สาเหตุอื่น ๆ ก็มีผลเหมือนกันนะคะ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ มลพิษ ไปจนถึงเชื้อราในอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิของอากาศด้วย ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหนาว อาจยิ่งทำให้มีอาการแพ้ง่ายมากขึ้น รวมถึงกรรมพันธุ์ก็มีผลต่อโรคภูมิแพ้ หากเราไม่ยอมรักษาโรคนี้ หรือรักษาไม่ถูกต้อง ก็อาจจะนำไปสู่โรคแทรกซ้อนได้ ดังนั้นถ้าเราเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ควรดูแลรักษาตนเอง ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงในสิ่งที่แพ้และดูแลรักษาสุขภาพ
    การหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ คือวิธีที่ดีที่สุด อย่างคนที่แพ้ฝุ่นในอากาศ ก็ต้องเลี่ยงฝุ่น ไม่ว่าจะทั้งนอกบ้านและในบ้าน สำหรับในบ้าน หากมีผู้ป่วยโรคแพ้อากาศ ก็ไม่ควรปูพรม หรือของใช้ที่เป็นตัวกักเก็บฝุ่นในบ้านมากเกินไป ไม่ควรนอนดึก งดเหล้า งดบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเสริมด้วยก็จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันเราแข็งแรงขึ้น
  2. ทำร่างกายให้อบอุ่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นอย่างเฉียบพลัน
    หมั่นทำร่างหายให้อบอุ่น เมื่อมีอากาศหนาว ควรใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอ่นแก่ร่างกาย ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเกินไป ถ้าโดนฝนตกก็ควรรีบไปอาบน้ำ เช็ดตัว เช็ดผมให้แห้ง พยายามพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ หากเพิ่งเดินผ่านที่อากาศร้อนจัด ๆ จะต้องยืนพักในที่ร่มก่อนเข้าไปในบริเวณห้องแอร์ที่มีอากาศเย็น เพื่อให้ร่างกายและจมูกปรับสภาพ จะทำให้อาการของโรคลดลงได้


  3. ไปเที่ยวสถานที่ธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์
    อย่างเช่นการไปเที่ยวทะเล คุณรู้หรือไม่ว่า ทะเลและมหาสมุทรมีพลังอย่างน่าอัศจรรย์ หรือเราเรียกว่า “น้ำทะเลบำบัด” (Thalassotherapy) เป็นการรักษาร่างกายและจิตใจแบบองค์รวมตามความเชื่อโบราณว่า น้ำทะเลไม่เพียงมีสรรพคุณทางยาโดยธรรมชาติ แต่ยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาทั้งในเชิงกายภาพและเชิงเคมี การหายใจ สูดไอทะเลเข้าสู่ร่างกายจะช่วยลดอาการระคายเคืองของเยื่อบุจมูก รวมทั้งช่วยปกป้องเยื่อบุจมูกที่อักเสบและเสริมสร้างเยื่อบุจมูกขึ้นใหม่ หรือจะใช้สเปรย์สำหรับพ่นจมูก ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำทะเลบริสุทธิ์จากทะเลเอเดรียติกเป็นส่วนประกอบหลัก มีความเหมาะสมสำหรับการทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื้นแก่โพรงจมูก เมื่อมีอาการจมูกแห้งหรือระคายเคืองภายในจมูก และช่วยบรรเทาอาการหายใจลำบาก ใช้ได้ทั้งทารก เด็ก และผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก www.aquamaristhailand.com)

จริง ๆ แล้วโรคภูมิแพ้อากาศ ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวแต่อย่างใด เพียงแค่มันอาจทำให้เราหงุดหงิดเวลามีอาการ ดังนั้นคุณก็ควรจะดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและคนที่คุณรักให้ดี พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายบ่อย ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยได้มากทีเดียว

มา “สุขใจเพราะเราเลือกดูแลกัน” ด้วยวิธีดูแลรักษาสุขภาพ ให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้อากาศ ยามฝนตกกันค่ะ

 

By ปังปอนด์
ภาพประกอบจาก fashionlady

 

 

Recent Post

icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-598icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-599icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5910icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5911icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5912icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5913icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5914

Sharing

Facebooktwitterredditpinterestlinkedinmail

Follow Us

Facebooktwitterlinkedinrssyoutube