09

คำแนะนำจากแพทย์

 

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้...บำบัดได้ด้วยตัวช่วยจากทะเล

 

Alenka Jajac-Knez MD, JGL d.d. Rijeka

 

การทำงานของจมูกเป็นเรื่องสำคัญ

จมูกและไซนัส (Paranasal Sinuses) เป็นอวัยวะส่วนต้นของระบบหายใจ ดังนั้น การทำงานที่ดีของจมูกจึงสำคัญต่อกระบวนการหายใจโดยรวม การทำงานที่ดีของจมูกเกิดขึ้นได้ด้วยโครงสร้างพิเศษของจมูก โดยเฉพาะเยื่อบุทางเดินหายใจที่ปกคลุมด้วย “ฟิมเบรีย” (Fimbriae) หรือขนละเอียดเล็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งเคลื่อนไหวโบกไปทางคอหอยและนำฝุ่นละอองที่เป็นอันตราย (เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ) ออกจากโพรงจมูก

สภาวะเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการทำงานที่ดีของจมูกคือ ความเหมาะสมของอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรด - ด่าง และที่สำคัญคือความชื้น  แม้ว่าตามปกติเยื่อบุจมูกจะปกป้องตัวเองไม่ให้แห้งเกินไปด้วยการปล่อยลม ผ่านทางรูจมูกข้างหนึ่งเป็นหลักสลับกับอีกข้างหนึ่งทุก ๆ ประมาณ 30 นาที เราก็ควรมีส่วนช่วยดูแลสุขอนามัยของจมูกเป็นประจำทุกวันหรือระหว่างที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ

 

กลัวฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องภูมิแพ้ และอาการภูมิแพ้มักเกี่ยวข้องกับจมูก ดังนั้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จึงควรใส่ใจกับสุขอนามัยของโพรงจมูกเป็นพิเศษในช่วงฤดูนี้ โดยทั่วไปอาการภูมิแพ้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมโดยสั่งการให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน บางครั้งปฏิกิริยานี้อาจรุนแรงจนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะบางส่วน ซึ่งเรียกว่า “ปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันที่ไวเกิน” (Hypersensitivity Reactions)  สิ่งที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยานี้เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” (Allergen) และการตอบสนองของร่างกายเรียกว่า “กลไกทางระบบภูมิคุ้มกัน” (Immunological Response)

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจเกิดขึ้นจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมบางประการ อาทิ มลพิษทางอากาศได้

 

เมื่อภูมิแพ้แสดงอาการที่จมูก

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดอาการได้ในหลายอวัยวะ โดยมีลักษณะทางคลินิกแตกต่างกันไป ภูมิแพ้ซึ่งเกิดขึ้นที่จมูกเรียกว่า “โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้” (Allergic Rhinitis) โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชนิดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีมักมีสาเหตุมาจากการสัมผัสกับฝุ่นละออง เชื้อรา หรือขนสัตว์ ในขณะที่โรคภูมิแพ้ชนิดที่เป็นตามฤดูกาลมักเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ โดยเกสรดอกไม้ของพืชบางชนิดเป็นสารก่อภูมิแพ้อย่างรุนแรง  หลังจากสัมผัสกับละอองเกสรดอกไม้ ร่างกายจะพยายามป้องกันตัวเองด้วยการสร้างสารภูมิต้านทาน (Antibody) มาจับสิ่งแปลกปลอม (Antigen) ในเนื้อเยื่อของอวัยวะที่เกิดอาการภูมิแพ้ (ในที่นี้คือจมูก) พร้อมกับหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) และสารอื่น ๆ อีกหลายชนิดออกมาด้วย ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth Muscle) หดตัว และต่อมผลิตของเหลว (Serous Gland) ทำงานหนักขึ้น ดังนั้น ผู้ที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้จึงมีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คัน จาม มีน้ำมูก หายใจไม่สะดวก การได้กลิ่นลดลง เคืองตา น้ำตาไหล มีรอยคล้ำใต้ตา และเหนื่อยง่าย  อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

 

ตัวช่วยจากทะเล

แม้ภูมิแพ้จะเป็นโรคที่ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่หลังจากได้รับการวินิจฉัยโรคแล้ว การบำบัดรักษาตามอาการจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิได้ง่ายขึ้น ขั้นแรกจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ส่วนแนวทางอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติควบคู่ไปด้วยนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ในด้านการบำบัดรักษาผู้ป่วยอาจรับการบำบัดรักษาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้หรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน (Hyposenzibilization) การทานยาแก้แพ้หรือยาต้านฮีสตามีนที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกายหรือเฉพาะที่ หรือการผ่าตัดเยื่อบุจมูก

ความซับซ้อนของปัญหาส่งผลให้มีความพยายามที่จะหาตัวช่วยรูปแบบใหม่ ๆ ดังนั้น น้ำทะเลจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยบำบัดดูแลโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จากการศึกษา ทดสอบ และพิจารณาหลายครั้ง น้ำทะเลจากหลายพื้นที่ของทะเลเอเดรียติกซึ่งยังคงใสสะอาดได้กลายมาเป็นต้นกำเนิดของผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ‘อควา มาริส’

น้ำทะเลที่นำมาใช้เป็นตัวช่วยในการบำบัดดูแลจำเป็นต้องได้รับการปรับให้มีความเข้มข้น เท่ากับภายในเซลล์ของร่างกายและผ่านกระบวนการทำให้ปลอดเชื้อ โดยยังคงคุณค่าแร่ธาตุและสาร Oligoelements ที่จำเป็นต่อร่างกายเอาไว้  สารละลายน้ำทะเลที่มีความเข้มข้นเท่ากับภายในเซลล์ของร่างกาย (Isotonic Seawater) มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส  ยิ่งกว่านั้น ยังช่วยปรับการทำงานของเยื่อบุจมูกที่ปกคลุมด้วยขนเล็ก ๆ จำนวนมากให้เป็นไปตามปกติ ลดการเกิดน้ำมูก และเสริมสร้างสุขอนามัยจมูก  สารละลายดังกล่าวสามารถนำมาใช้บำบัดอาการโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำกัดระยะเวลาและสามารถใช้ได้หลายครั้งต่อวัน ที่สำคัญยังสามารถใช้ร่วมกับยารับประทานหรือยาที่ออกฤทธิ์กับเยื่อบุจมูกโดยเฉพาะได้ โดยมีบทบาทเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ

 


 

น้ำทะเล...ตัวช่วยเบื้องต้นสำหรับโรคหวัด

 

Darko Manestar MD, prof. ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยา

Clinic for Otorhinolaryngology and Head and Neck Surgery, โรงพยาบาล KBC Rijeka ประเทศโครเอเชีย

 

โรคหวัดคืออะไร

อุณหภูมิและความชื้นต่ำเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ทั้งยังทำให้เราหลบอยู่แต่ในที่ร่ม ทั้งสองปัจจัยมีความสำคัญมากที่สุดในการเกิดโรคหวัดซึ่งพบมากในฤดูหนาว โรคหวัดเป็นการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนซึ่งสามารถเกิดได้จากไวรัสราว 200 ชนิด โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงและหายได้ใน 2 - 3 วัน แต่มักจะกลับมาเป็นอีกได้ โดยเฉพาะในเด็ก  นอกจากอาการเจ็บคอ จาม ปวดศีรษะ และมีไข้สูงแล้ว อาการคัดจมูกและมีน้ำมูกใสยังเป็นอาการเบื้องต้นที่ทำให้หายใจลำบาก

 

โรคหวัดรักษาอย่างไร

โรคหวัดรักษาได้ตามอาการ โดยก่อนอื่นต้องกำจัดอาการคัดจมูก ทั้งนี้ ยาหยอดจมูกไม่ควรใช้เกิน 7 วัน และน้ำทะเลช่วยบรรเทาอาการหวัดได้

 

น้ำทะเลส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจอย่างไร

ในสมัยโบราณ ผู้ที่มีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจมักได้รับคำแนะนำให้พักฟื้นบริเวณชายทะเล ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าน้ำทะเลมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ทั้งยังเสริมสร้างเยื่อบุระบบหายใจ เนื่องจากองค์ประกอบของน้ำทะเลมีความสมดุล ส่วนประกอบของน้ำทะเลมีความซับซ้อนมาก ...โดยมี โซเดียม คลอรีนอิออน (Chlorine Ions) และธาตุต่าง ๆ เช่น ไอโอดีน แมกนีเซียม ทองแดง และอื่น ๆ อีกมาก อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลชนิดที่มนุษย์ไม่สามารถจะสร้างเลียนแบบขึ้นได้

 

น้ำทะเล...ตัวช่วยในการรักษาโรคหวัด

ปัจจุบัน ‘อควา มาริส’ มีผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมของน้ำทะเลธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อโรคหวัดวางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด  เมื่อสเปรย์น้ำทะเลเข้าไปในโพรงจมูกจะช่วยขับน้ำมูกให้ระบายออกมาได้ง่าย ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำทั้งก่อนใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูกชนิดหยดหรือพ่น และเพื่อสุขอนามัยของจมูก โดยคุณสมบัติในการต้านเชื้อและเสริมสร้างเนื้อเยื่อของสเปรย์น้ำทะเลไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของอาการที่เกิดจากโรคหวัด แต่ยังช่วยเสริมสร้างเยื่อบุจมูกด้วย

น้ำทะเลไม่เพียงใช้ได้กับผู้ใหญ่ แต่ยังสามารถใช้กับเด็กเล็กอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา

โรคหวัดทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ทั้งยังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์หรือกุมารแพทย์ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้ที่จะดูแลตนเองในเบื้องต้น มนุษย์พึ่งธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียวมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ ผู้ที่อาศัยอยู่ตามเกาะและชายฝั่งทะเลเชื่อว่าทะเลเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและสุขภาพ เราเชื่อในวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ตระหนักถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของน้ำทะเลที่มีต่อสุขภาวะของระบบหายใจ ดังนั้น มาหายใจเอาคุณค่าของท้องทะเลเข้าไปให้เต็มปอดกันดีกว่า

 


 

น้ำทะเล...ตัวช่วยสำหรับจมูก

 

Alenka Jajac-Knez, MD, JGL d.d., Rijeka

 

มนุษย์ใช้และตระหนักถึงประโยชน์จากคุณค่าในการบำบัดรักษาโรคของน้ำทะเลมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในปัจจุบันเรายังคงเชื่อมั่นในคุณค่าดังกล่าวจากทะเลเอเดรียติก ซึ่งเป็นท้องทะเลที่บริสุทธิ์แห่งหนึ่งของโลกและมีส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ภาระประจำวันและการไม่มีเวลาว่างทำให้คนเราไม่ค่อยได้สัมผัสและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ  ‘อควา มาริส’ ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถหาน้ำทะเลได้ทุกเมื่อที่ต้องการท่ามกลางชีวิตที่ยุ่งเหยิงในปัจจุบัน อีกทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยยังช่วยให้การใช้งานทำได้สะดวก สเปรย์สำหรับพ่นจมูกของ ‘อควา มาริส’ มีน้ำทะเลจากทะเลเอเดรียติกซึ่งผ่านกระบวนการทำให้ปลอดเชื้อและมีความเข้มข้นมากกว่าภายในเซลล์ของร่างกาย (Hypertonic) เป็นส่วนประกอบ น้ำทะเลประกอบด้วยโซเดียม แมกนีเซียม แคลเซียม คลอรีน ซัลเฟต ไบคาร์โบเนต ทองแดง แมงกานีส ซีลีเนียม สังกะสี และธาตุอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอื่น ๆ โซเดียมและคลอรีนอิออนช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหาย ไบคาร์โบเนตช่วยให้น้ำมูกเจือจางลงและทำให้เนื้อเยื่อสะอาด ขณะที่แคลเซียมและแมกนีเซียมมีคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบและการแพ้ สรรพคุณเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อบำบัดรักษาอาการคัดจมูกและดูแลสุขอนามัยของโพรงจมูกในช่วงที่เป็นโรคหวัดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ทั้งยังเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพหลังจากได้รับการผ่าตัดโพรงจมูก เนื่องจาก ‘อควา มาริส’ ช่วยให้กลไกตามธรรมชาติในการทำความสะอาดโพรงจมูกทำงานตามปกติ ลดการคั่งของน้ำมูก และฟื้นฟูเยื่อบุจมูก

อย่างไรก็ตาม การวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็น ‘อควา มาริส’ ไม่ได้ให้ประโยชน์เฉพาะกับจมูกเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อช่องปากและลำคอด้วย

ช่องปากและคอหอยเป็นอวัยวะส่วนต้นของทั้งระบบย่อยอาหารและระบบหายใจ ดังนั้น สุขภาวะของอวัยวะทั้งสองจึงส่งผลต่อการหายใจและการรับประทานอาหารด้วย อาการปากแห้งและคอแห้ง การมีกลิ่นปาก การติดเชื้อ การต้องเข้าพบแพทย์บ่อย ๆ รวมทั้งการรักษาด้วยยาเฉพาะที่ เป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องใส่ใจในสุขภาพและสุขอนามัยของอวัยวะส่วนนี้เป็นพิเศษ


 

icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-598icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-599icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5910icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5911icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5912icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5913icon-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-aqua-maris-05-9-5914

Sharing

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

Follow Us

Facebooktwittergoogle_pluslinkedinrssyoutube
XXXXXXX